ติ๋ว นันทนา

หลายปีก่อนก็เหมือนกับคนทั่วไปที่สุขบ้างทุกข์บ้าง  วันนึงรู้สึกว่าใจนั้นมีอาการแปลกๆรู้สึกใจขุ่นๆ ใจไม่ใสเหมือนทุกวัน อยู่ๆ ก็ผุดนึกถึงคำว่าจิตใต้สำนึกขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว  ความเป็นคนช่างสงสัยเลยได้ไปค้นหาใน Google ว่าจิตใต้สำนึกคืออะไร และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ได้รู้จักศาสตร์ด้านนี้ ยิ่งเรียนรู้ยิ่งสนุก เป็นจิกซอร์ที่เก็บสะสมเรียนต่อเนื่องมาหลายปีหลายศาสตร์กับอาจารย์ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ศึกษาทั้งศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม ที่เกี่ยวกับชีวิตและจิตใจ ตั้งแต่เกิดจนตาย

About

ติ๋ว

นันทนา

เส้นทางสู่การเป็นที่ปรึกษาชีวิต

หลายปีก่อนก็เหมือนกับคนทั่วไปที่สุขบ้างทุกข์บ้าง  วันนึงรู้สึกว่าใจนั้นมีอาการแปลกๆรู้สึกใจขุ่นๆ ใจไม่ใสเหมือนทุกวัน อยู่ๆ ก็ผุดนึกถึงคำว่าจิตใต้สำนึกขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว  ความเป็นคนช่างสงสัยเลยได้ไปค้นหาในGoogle ว่าจิตใต้สำนึกคืออะไร และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ได้รู้จักศาสตร์ด้านนี้ ยิ่งเรียนรู้ยิ่งสนุก เป็นจิกซอร์ที่เก็บสะสมเรียนต่อเนื่องมาหลายปีหลายศาสตร์กับอาจารย์ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ศึกษาทั้งศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม ที่เกี่ยวกับชีวิตและจิตใจ ตั้งแต่เกิดจนตาย สนุกที่จะศึกษาเรียนรู้ในศาสตร์ต่างๆเช่น จิตวิทยาในหลายแขนง , สะกดจิตบำบัด , TRANCE ,  HOLISTIC HEALING , INNER COACH, Neuro-Linguistic Programming ,PSYCHOTHERAPEUTIC COACHING , Life Coaching , PAST LIFE REGRESSION THERAPY การย้อนวัย  การย้อนอดีตชาติบำบัด ,  COGNITIVE BEHAVIOR THERAPY จิตบำบัดความคิดและพฤติกรรม  เรกิ  , ไนกัน  , และอีกหลายหลักสูตร  ศึกษาไปจนถึงการ ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย การเผชิญความตายอย่างสงบ ศึกษาแล้วเกิดตกผลึก เห็นความเชื่อมโยงของร่างกายและจิตใจ ความรู้ต่างๆทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ที่พ่อแม่ครูบาอาจารย์ทุกท่าน ท่านเมตตาสั่งสอนมานั้น ล้วนได้นำมาใช้เป็นเครื่องมือในการทำประโยชน์ตนและประโยชน์ท่าน ช่วยเหลือผู้คนได้อย่างที่ตั้งใจคะ

เล่าถึงงานที่ทำ

มีหลายมิติคะ จะเรียกว่า เป็นเพื่อนร่วมเดินทาง บำบัดทุกข์บำรุงสุข คืนความสุขให้กับผู้คนก็น่าจะได้นะคะ คือการช่วยทำให้ผู้ที่มาปรึกษาได้รับสิ่งที่ต้องการในทุกแง่มุมของชีวิต ทำให้เห็นทางเลือก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการโดยผ่านกระบวนการต่างๆช่วยให้ได้ตระหนักรู้ถึงกลไลกระบวนการทำงานของร่างกายและจิตใจ ที่ไม่รู้มาก่อน ทำให้สามารถรับมือและดูแลร่างกายจิตใจได้เป็นอย่างดี  การดูแลของเราจึงเน้นแบบองค์รวมที่ยั่งยืนเพื่อให้ผู้ที่ได้รับการปรึกษาได้เป็นตัวของคุณเองอย่างแท้จริง

อารมณ์ประมาณมานั่งจับเข่าคุยกันเลยคะ เพราะเกี่ยวกับงานที่ทำนั้น ทักษะที่ใช้มาก คือการฟังอย่างลึกซึ้ง ฟังให้ได้ยินในสิ่งที่ไม่ได้พูดซึ่งตรงนี้สำคัญมากๆ เราจะเห็นถึงประเด็นที่เป็นต้นตอของปัญหาก็ว่าได้การฟังด้วยหัวใจ ฟังด้วยความเห็นอกเห็นใจเข้าอกเข้าใจฟังเพื่อคนที่อยู่ตรงหน้าเรา ไม่ว่าเค้าจะพูดอะไรก็ตาม ฟังโดยไม่ตัดสิน เพราะ ความโกรธ ความกลัว ท้อแท้ ผิดหวัง เกิดจากการรับรู้ที่ไม่ตรง ทั้งการรับรู้ที่เกียวกับตัวเองและผู้อื่น ลองค่อยๆหลับตาแล้วนึกถึงเจ้าตัวเล็กในบ้าน ลูกกับพ่อแม่ เจ้านายกับลูกน้อง เพื่อนกับเพือน สามีกับภรรยา ถ้าทุกคน เปิดใจรับฟังกันด้วยความรัก ตั้งใจรับฟังทุกอย่างที่อีกฝ่ายพูด ได้เห็นสีหน้า ท่าทาง รับรู้ความรู้สึกของอีกฝ่าย จะดีแค่ไหน ใช่คะ ยังไม่ต้องแนะนำก็ได้ แค่ตั้งใจฟัง บางทีอีกฝ่ายตระหนักรู้ขึ้นมาได้เอง ฟังเพียงไม่นานก็เกิดการเปลี่ยนแปลงและเยียวยาได้ เมื่อเค้าพร้อมแล้วจึงค่อยเริ่มกระบวนการในการเรียนรู้ การปรับวิธีคิด มุมมอง  ความเชื่อ  ทัศนคติ และรู้ว่าอะไรที่ขับเคลื่อนให้เราคิดและทำแบบนี้ เพื่อให้เราได้ผลลัพธ์ที่ต้องการต่อไป

สิ่งต่างๆในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงาน การเงิน ความรัก ความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่น ความไม่สบายทั้งทางร่างกายและจิตใจ ทันทีที่เรารู้ถึงสาเหตุที่แท้จริง รู้ถึงราก ของปัญหา วิธีการเพื่อแก้ปัญหาเหล่านั้น ก็จะปรากฎทันที เพียงแค่มีความเข้าใจที่แท้จริงด้วยตัวคุณเองและคุณเริ่มลงมือทำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ก็จะช่วยทำให้คุณกลายเป็นคนใหม่ มีวิถีชีวิตใหม่ ประสบความสำเร็จในทุกด้านของชีวิตตามที่คุณปรารถนา

ปัจจุบันมองเห็นอะไร และมีแนวทางแก้ไขอย่างไร

โลกยุคปัจจุบัน ได้มีการพัฒนาสิ่งต่างๆมาช่วยให้ชีวิตเราดีขึ้นนะคะ ความคิดความเห็นคนก็พัฒนาขึ้นเช่นกัน เจ้าชายวิลเลียมแห่งราชวงศ์อังกฤษ  ทรงชี้นิสัยทำหน้านิ่งสนิทไม่เผยอารมณ์ความรู้สึกแบบอังกฤษ เป็นอันตรายต่อสุขภาพจิต เสี่ยงนำไปสู่การฆ่าตัวตาย   เจ้าชายแฮร์รีทรงเผยถึงอาการซึมเศร้าของตนเอง จากการสูญเสียพระมารดามา 20 ปี เคยปรึกษาเรื่องพระมารดาเพื่อจัดการกับสิ่งที่คั่งค้างในพระทัย เป็นแบบอย่างที่ดีในการทำให้คนจำนวนมากได้เห็นว่า การเปิดเผยเรื่องส่วนพระองค์ต่อสาธารณชน นั้นคือความเข้มแข็ง ซึ่งได้ช่วยลบล้างทัศนคติในทางลบของผู้คนต่อการพูดคุยอย่างเปิดเผยถึงเรื่องสุขภาพจิต ทั้งยังช่วยให้ผู้คนจำนวนมหาศาลได้รู้ว่า ไม่ได้มีเพียงแค่ตนเองเท่านั้นที่ประสบปัญหาเช่นนี้ หรือแม้แต่องค์การอนามัยโลก WHO ได้มีงานวิจัย โรคทีร้ายแรงที่สุดในปี ..2020 ไม่ใช่โรคเอดส์ ไม่ใช่มะเร็ง แต่คือ โรคเครียด เพราะวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ทุกฝ่ายพยามค้นคว้ายาเพื่อแก้ไข แต่พบว่ายา รักษาได้ชั่วคราว เพราะความเครียดเกิดจากวิถีชีวิตที่สร้างขึ้นซ้ำๆ ทางการแพทย์ที่อเมริกามีการพัฒนาการบำบัดขึ้น เรียกว่า Mindfulness based cognitive Therapy การบำบัดจิตแก้ไขความเครียด ปรากฎว่าสามารถแก้ไขโรคต่างๆได้ทั้งโรคทางจิต โรคเครียด โรคมะเร็ง สามารถแก้ไขในสิ่งที่ยาแก้ไม่ได้change your mind change your brain จิตใจสั่งสมอง สมองสั่งการทำงานของร่างกาย เมื่อเรามีอารมณ์ความรู้สึกที่ดีเยี่ยมให้กับตัวเอง เราก็สามารถเปลี่ยนแปลงโลกภายในของเราได้ เมื่อไรก็ตามที่เรามีความสุขเราก็สามารถขยายทุกทุกสิ่งที่เรามีถึงคนรอบข้าง เปลี่ยนที่ความคิดตัวเอง ทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเอง ทุกคนแก้ไขตัวเอง  ก็จะถึงครอบครัว พอถึงครอบครัว ก็ส่งต่อถึงสังคม ซึ่งการพัฒนาทางความคิด อารมณ์และจิตใจอย่างสร้างสรรค์เป็นประเด็นที่สำคัญ  ที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่าโลกในยุคปัจจุบันมีการตระหนักถึงเรื่องของจิตใจกันมากขึ้นซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีค่ะ

สำหรับคนที่อยากเข้ามาปรึกษาต้องทำอย่างไร

ง่ายมากๆค่ะ   คุณสามารถเลือกสิ่งที่เหมาะสำหรับความต้องการและช่วงเวลาของคุณ  เพียงคุณติดต่อเข้ามาเพื่อนัดหมายล่วงหน้า ถามคำถามและปรึกษาได้เลยคะ จากนั้นรายละเอียดของการจัดตารางเวลาที่สะดวกในการพบกับที่ปรึกษาจึงเกิดขึ้น ด้วยจรรยาบรรณข้อมูลทุกอย่างเป็นความลับและปลอดภัย คุณจะได้รับการดูแลใส่ใจเป็นอย่างดี  ที่ปรึกษาจะช่วยคุณในการออกแบบโปรแกรมให้เหมาะกับความต้องการของคุณ ปัจจุบันการสื่อสารสะดวก เรามีบริการให้คำปรึกษาonline ด้วยค่ะ

คำถามที่พบบ่อย การให้คำปรึกษาใช้เวลานานแค่ไหน

นั่นขึ้นอยู่กับลักษณะของปัญหาทีต้องทำงานร่วมกันคะ อยู่ที่เป้าหมายของคุณและใจบันดาลแรงในการสร้างผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมของคุณ การให้คำปรึกษา ขึ้นอยู่กับ รากของปัญหานั้นๆ ที่ปรึกษาจะช่วยคุณตัดสินใจถึงความถี่และระยะเวลาของกระบวนการ  ในท้ายที่สุดคุณเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะดำเนินการต่อและจะหยุดเมื่อไร เวลาของโปรแกรมก็จะถูกปรับตามความเหมาะสม ทั้งนี้จะมีการวางแผนร่วมกันก่อนค่ะ ที่ผ่านมา นักธุรกิจมักเลือกโปรแกรมที่ใช้เวลายาวทั้งวันแต่ไม่ถี่  ซึ่งก็ทำให้ธุรกิจดีขี้น เพราะสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด ความสัมพันธ์ในครอบครัวดี สุขภาพร่างกายดีอย่างเห็นได้ชัด คนทำงานประจำมักนัดช่วงค่ำ อาจเลือกที่มีความถี่มากขึ้น เซสชั่นละ 2 ชั่วโมง เพียงเท่านี้ก็สามารถพัฒนาชีวิตจิตใจให้มีความสุขสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นค่ะ

ฝากถึงผู้ที่ต้องการเข้ารับการปรึกษา ควรทำอย่างไร

โจทย์ใหญ่ของชีวิตคือการรู้จักตัวเองคะ ฉันรักอะไร ชอบอะไร ถนัดอะไร สิ่งที่ใจฉันต้องการในชีวิตคืออะไร ถามใจตัวเองแล้วปรับสภาวะ ทางร่างกาย ความคิด อารมณ์ความรู้สึก แล้วลงมือทำ  เพื่อให้ได้คำตอบตรงตามคำถามที่เราถามตัวเอง นอกจากนั้นในรายละเอียดชวนให้สังเกตุตัวเองบ่อยๆนะคะ ว่าปฏิกิริยาของร่างกายอะไรเกิดขึ้นบ้าง เช่นปวดหัว อ่อนเพลียง่าย นอนไม่หลับ หายใจไม่อิ่ม หัวใจเต้นเร็ว หายใจตื้นและเร็วขึ้น ใจสั่น ถอนหายใจบ่อยๆ ตึงที่คอบ่าไหล ไมเกรน ท้องผูก หรือง่วงตลอดเวลา กินมากกว่าปกติ ผิวหนังเป็นผื่นคัน แพ้อากาศง่าย หงุดหงิด สับสน เบื่อหน่าย โมโหง่าย ซึมเศร้า วิตกกังวล กลัว ตกใจ คิดฟุ้งซ่าน หลงลืมง่าย โกรธง่าย ใจน้อย เหงา ว้าเหว่ สิ้นหวัง หมดความรู้สึกสนุกสนาน จู้จี้ขี้บ่น ความทุกข์ใจ หากความเครียด นั้นมีมากๆทันที หรือ สะสมอยู่เป็นเวลานาน  จะส่งผลให้เกิดความเจ็บป่วยที่รุนแรง บางครั้งอาจมีโรคแทรกซ้อนด้วยก็เป็นได้ตามพฤติกรรมทั้งทางกายและทางใจ ความคิดก็เป็นพฤติกรรมนะคะ ทำให้เกิดความเจ็บป่วย เกิดเป็นโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคมะเร็ง หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ออฟฟิศซินโดรม  โรคกระเพาะ ภูมิแพ้ ฯลฯ

อาการต่างๆที่เกิดขึ้นกับตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นอาการ ไม่สบายกาย  ไม่สบายใจ  การเจ็บป่วย  เศร้าแบบไม่ทราบสาเหตุ   อาการทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเรานั้น   ตัวเราเองค่อยๆสร้างขึ้นมา เพียงแต่เราไม่รู้ว่าเราเป็นคนสร้าง   เราไม่เคยรู้ทันใจตัวเอง เราไม่รู้ว่าเราสื่อสารกับตัวเองอย่างไร  รู้ตัวอีกทีก็ป่วยหนัก  รู้ตัวอีกทีก็ผิดพลาดเรื่องเดิมๆซ้ำๆ รู้ตัวอีกทีมีหนี้ก้อนโต  รู้ตัวอีกทีความสัมพันธ์พัง  รู้ตัวอีกทีมีปัญหากับเจ้านายอยากลาออกวันนี้พรุ่งนี้ ถ้าเมื่อไรที่เราเริ่มเอะใจว่า เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเราอีกแล้วเปลี่ยนแค่คนแสดงหรือรายละเอียดในเนื้อเรื่อง แต่เป็นประเด็นเดิมๆ ความรู้สึกเดิมๆ ผลลัพธ์เดิมๆ (ถ้าเป็นโจทย์คณิตศาสตร์ก็อาจเกี่ยวกับการใส่สูตร หรือ ใส่สมการที่ไม่ตรงกับโจทย์) แต่ทั้งหมดนั่นคือสัญญาณเตือนให้เรา รีบกลับมาดูแลปรับเปลี่ยนแก้ไขบางสิ่งบางอย่าง   จากภายใน จากความคิด ความรู้สึกของเรา เหมือนก่อนที่รถจะเสียหนัก    ก็ต้องมีอาการเบาๆมาเตือนก่อน เราเคยสำรวจ สังเกตุ บ้างหรือไม่  ร่างกายและจิตใจของเราก็ต้องการ การสำรวจ สังเกตุเช่นกัน   ถ้าเพิกเฉย อาการหรือสัญญาณที่มาเตือน อาการนั้นก็จะหนักขึ้น หรือมีอาการใหม่ขึ้นมาแสดงแทนหรือร่วมด้วย   เรียกร้องให้มาสนใจดูแลมากขึ้น เราจึงต้องใส่ใจรู้ถึงอาการเพื่อไปแก้ไขที่สาเหตุ แก้ไขถูกสาเหตุ อาการต่างๆก็นั้นหายกลับมาเป็นปกติ เราเรียนรู้เพื่อจะไม่ต้องกลับมาเรียนซ้ำอีก แล้วเลื่อนชั้นก้าวต่อไป  เพื่อใช้ชีวิตของเราอย่างสมดุลตามธรรมชาติ มีความสงบสุขร่มเย็นและได้พัฒนาเจริญเติบโตอย่างงดงาม